ABOUT JUMC

โครงการ Junior MBA Chula หรือ JUMC เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาจากความคิดที่จะตอบแทนสังคม ในด้านการศึกษา เนื่องจากเราเป็นผู้มีโอกาสทางการศึกษาในสถาบันที่ทรงเกียรติอย่าง MBA Chula ได้อะไรดีๆมากมายในการไปประกอบวิชาชีพ และการดำรงชีวิต ขณะนั้นคือปี 2549 สถานะภาพยังเป็นชมรมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเป็นยุคที่สอง หลังจากที่เงียบหายไปนาน โดย รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย ประธานหลักสูตรเอ็มบีเอ จุฬาฯในขณะนั้น ได้ออกปากให้ช่วยกันดำเนินกิจกรรมในนามชมรมฯ ได้นำไอเดียที่คิดว่าเราในฐานะองค์กรเล็กๆ จะสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคมในแง่ของการศึกษาได้บ้าง การที่เราได้เรียนวิชาการเอ็มบีเอ ก็น่าจะใช้สิ่งเหล่านี้มาบอกคนอื่นๆได้ว่าเอ็มบีเอ คืออะไร เหมาะกับคุณมั้ย ถ้าเหมาะก็ให้หาหนทางไปเรียนต่อ ถ้าไม่เหมาะก็ไปเรียนต่ออย่างอื่น หรือทำมาหากินต่อไป จะได้ไม่เสียเวลา เสียที่นั่งคนอื่นๆ อย่างน้อยคนที่ได้เข้ามาอบรมตรงนี้จะได้วิชาการไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยังได้เพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกันที่สามารถจะเกาะเกี่ยวมิตรภาพนี้ต่อไปได้อีก

จึงได้นำความคิดเหล่านี้ไปปรึกษาพี่พเยาว์ มริตตนะพร ประธานชมรมนิสิตเก่าเอ็มบีเอฯ พี่พเยาว์เห็นด้วยเป็นอย่างมาก พากันไปปรึกษาอาจารย์อรรณพต่อ จากนั้นเราก็ได้ไปปรึกษา รศ.ดร.ดนุชา คุณพนิชกิจ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ฯ ท่านเห็นด้วย จึงเป็นที่มาของโครงการการศึกษาแรกของชมรมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ จุฬาฯ ที่จะให้กับสังคม โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้เข้าอบรม

ผู้ที่มีบทบาทอีกคนในช่วงนั้นคือ เหม่ง บริคุณ ล้ำเลิศประเสริฐ young executive 6 ที่ได้ร่วมกิจกรรมกันตอน 20 ปี MBA Chula ได้เห็นหน่วยก้าน แนวความคิดทางการศึกษา และการเป็นผู้ให้แล้ว ใช่เลยผู้ชายคนนี้ ซึ่งไม่ผิดหวังจริงๆ เหม่งได้ชวนเพื่อนร่วมรุ่น บอย ชานนท์ พนาวรรต มาช่วยอีกคน เราได้ออกแบบหลักสูตร กำหนดช่วงเวลาเรียน ประชาสัมพันธ์ สัมภาษณ์ โดยไม่รู้กันเลยว่าจะมีการตอบรับมากน้อยเพียงใด JUMC 1 มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้ามาร่วมสามร้อยคน รับประมาณ 80 คน ผลที่ได้ค่อนข้างเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ถึงปัจจุบัน มีน้อง JUMC 1 ได้เข้ามาเรียน MBA Chula หลักสูตร Executive รุ่นปัจจุบันแล้ว และยังมีหลักสูตรอื่นๆอีกหลายรุ่น รวมถึงยังได้เห็นมิตรภาพที่เกาะเกี่ยวกันจนถึงปัจจุบันอยู่เยอะพอสมควร JUMC 2 และ 3 ยังคงไม่ได้เก็บเงินผู้เข้าเรียน

มาปรับปรุงอีกครั้งตอน JUMC 4 ที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งแรก คือมีการเก็บเงินผู้เข้าอบรมเพื่อให้ตั้งใจเรียนกับเงินที่จ่ายไป และให้โครงการสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองสมกับความเป็น MBA Chula ที่ต้อง Smart ในทุกกิจกรรม แต่ก็เป็นตัวเลขที่น้อยมากๆเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เป็นเพราะมีผู้ให้มากเหลือเกิน ทั้งคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี ที่สนับสนุนห้องเรียนทุกครั้ง ทั้งวิทยากรทุกท่านที่มาให้ความรู้ด้วยความตั้งใจที่จะให้เยาวชนจริงๆ ท่านแรกที่ออกปากไม่รับค่าสอนคือ รศ.บุญเสริม วิมุกตะนันทน์ จึงถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติของโครงการมาถึงปัจจุบันนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์บุญเสริม มา ณ ที่นี้ด้วย และอาจารย์ยังมาสอนวิชาบัญชีเบื้องต้นให้น้องๆ JUMC ทั้ง 10 รุ่นไม่เคยขาด มี รศ.ดร.สมเกียรติ เอี่ยมกาญจนาลัย อีกท่านที่สอนทั้ง 10 รุ่น ไม่ขาดเช่นกัน รวมถึงท่านอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีฯ หลายต่อหลายท่าน นิสิตเก่าเอ็มบีเอ จุฬาฯ และวิทยากรจากภายนอกที่เชิญมาให้ความรู้ ถ้าให้นับจะมีมากกว่าร้อยคนทีเดียว ต้องถือโอกาสขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย

JUMC ยังคงเดินทางต่อมาเรื่อยๆ จนถึงรุ่นที่ 10 ในปีนี้ บอกได้เลยว่าเสน่ห์ของ JUMC ที่นอกจากการเป็นผู้ให้ของผู้ใหญ่ใจดีที่กล่าวมาแล้ว คือการส่งต่อระหว่างรุ่นต่อรุ่น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ ฯ พี่ๆ Young Executive และ JUMC รุ่นก่อน ที่คอยดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้น้องๆ ทั้งในเรื่องของวิชาการ กิจกรรม ความเกาะเกี่ยวกันระหว่างรุ่นต่างๆ ด้วยใจที่พร้อมจะเป็นผู้ให้หลังจากที่ได้เป็นผู้รับมาเมื่อปีที่ผ่านมา สายใยเหล่านี้เปรียบเสมือนการที่เราช่วยกันดูแลรากฐานของต้นไม้ไปด้วยกัน เพื่อให้ลำต้นยืนทะนง แตกกิ่งก้านดอกใบงดงาม ให้สังคมได้เห็นถึงคุณภาพของผลผลิตนี้ การที่เราใส่ใจให้ความสำคัญกับแก่นของความเป็นมนุษย์ดั่งเช่นการดูแลฐานราก ของต้นไม้ให้ดี น้องๆเหล่านี้ก็จะมีโอกาสที่จะดูแลผู้คนที่เกี่ยวข้องได้อีกมากมาย คนละสิบ คนละร้อย คนละพัน หรือมากกว่านี้ ด้วยความใส่ใจเช่นกัน เสน่ห์เหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนอยากเข้ามาเป็นสมาชิกครอบ ครัว JUMC จากจำนวนผู้สมัครที่มากขึ้นเรื่อยๆ จากสาม สี่ร้อย ห้าร้อย จนล่าสุดร่วมเจ็ดร้อยคน กับที่นั่งจำกัดเพียง 80 กว่าที่นั่ง

วันนี้ก้าวย่างเข้าปีที่ 10 ได้คิดโครงการ JUMC ขึ้นใหม่ อีกโครงการนึงเป็นการต่อยอด JUMC ให้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น Smart มากขึ้น เปิดโอกาสให้น้องๆ JUMC หลายๆรุ่น รวมถึงผู้ที่สนใจในมุมธุรกิจที่ต่างออกไปจากเดิมๆ ได้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างคนมีของ และพร้อมจะแบ่งปัน จึงเป็นที่มาของ JUMC WoW โดย Key word ของโครงการนี้คือ Sharing Networking Future ได้รับความร่วมมือจากหลายๆท่าน รุ่นแรกสำเร็จไปด้วยดี เดือนกว่ากับการที่ต้องใช้เวลาร่วมกัน ได้เห็นการแบ่งปัน สายสัมพันธ์ที่มากมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทางสมาคมฯจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับแวดวงธุรกิจไทย ผ่านไปยังผู้บริหาร และนักธุรกิจรุ่นเยาว์เหล่านี้

จากนี้ไปคงเป็นก้าวที่สามของโครงการ JUMC และ JUMC WoW ในการตอบแทนสังคมของสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอฯ ที่จะมีอะไรใหม่ๆ ให้ติดตามกันต่อไปด้วยความสนับสนุน และความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมงานทุกคน

โตสิต วิสาลเสสถ์
ผู้ก่อตั้งโครงการ JUMC และ JUMC WoW
บทความจาก MBA Alumni Magazine ฉบับที่ 9
ประจำเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนสิงหาคม 2558